คลินิกภาษีเครื่องดื่ม

นับวันความต้องการบริโภคเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งเครื่องดื่มที่ให้พลัง อิ่มท้อง ดับกระหาย รวมถึงเครื่องดื่มที่เปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ ส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย

ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องดื่มต้องพิจารณาคือ การวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค กลยุทธ์ส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำความเข้าใจกับขั้นตอนการเสีย “ภาษีเครื่องดื่ม” เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่สูญเสียสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ

นำเข้า ผลิต จำหน่าย ส่งออก
จดทะเบียนพาณิชย์
ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (เมื่อมีรายได้จากการขายเกินกว่าปีละ 1.8 ล้านบาท)
ลงทะเบียน Paperless จดทะเบียนภาษีสรรพสามิต ออกใบกำกับภาษี
(กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ยื่นคำขอยกเว้น /คืนภาษีสรรพสามิต
ขออนุญาตนำเข้าเครื่องดื่มตาม พรบ.อาหาร ขออนุญาตตั้งสถานที่ผลิตเครื่องดื่ม   ลงทะเบียน Paperless
ขั้นตอนพิธีการนำเข้า ขออนุญาตผลิตเครื่องดื่มกับ อย.   ขั้นตอนพิธีการส่งออก
ปิดและขีดฆ่าแสตมป์ แจ้งวันเวลาที่ผลิต   จัดทำรายงานภาษี
จัดทำรายงานภาษี การแจ้งราคาขาย ณ โรงงาน   ยื่นแบบแสดงรายการภาษี
ยื่นแบบแสดงรายการภาษี จัดทำบัญชีและงบเดือน    
  ปิดและขีดฆ่าแสตมป์ /ชำระภาษีสรรพสามิต    
  จัดทำรายงานภาษี (กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)  
  ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้  
  ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
(กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 

รู้ก่อนเริ่ม


"เครื่องดื่ม"
เป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทของเหลว ช่วยลดความกระหาย ให้ความรู้สึกสดชื่น และขจัดความอ่อนเพลีย ชดเชยปริมาณน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป ตลอดจนมีคุณค่าทางอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ มีส่วนประกอบหลักคือ น้ำ สารให้ความหวาน กรดอินทรีย์ สี กลิ่น หรือพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพ

เครื่องดื่มเป็นสินค้าที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีตาม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ดังนั้น สินค้าเครื่องดื่มที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีจึงได้แก่ เครื่องดื่มทั้งหลายที่อยู่ในรูปดื่มได้ทันที หรือ "พร้อมดื่ม" นั่นเอง

ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ตามปกติใช้เป็นเครื่องดื่มได้โดยไม่ต้องเจือปนและไม่มีแอลกอฮอล์ โดยจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม บรรจุในภาชนะและผนึกไว้ เช่น น้ำแร่ น้ำหวาน น้ำผลไม้ น้ำพืชผัก และน้ำโซดา เป็นต้น

ประเด็นที่คุณต้องวิเคราะห์สำหรับธุรกิจเครื่องดื่มคือ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เทรนด์การดูแลสุขภาพ รวมถึงวิธีส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อซ้ำให้มากที่สุด ซึ่งจะเพิ่มโอกาสความสำเร็จและการเติบโตในตลาดเครื่องดื่มในอนาคต

ทั้งนี้ ก่อนจะเริ่ม นำเข้า ผลิต จำหน่าย หรือส่งออกเครื่องดื่มอินเทรนด์ของคุณ ผู้ประกอบการที่ดีอย่างคุณจะต้อง

- จดทะเบียนพาณิชย์ การประกอบกิจการขายสินค้า ไม่ว่าอย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม หากคิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบพาณิชยกิจ (ผลิตหรือจำหน่าย)

- ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร กับกรมสรรพากร ตามขนาดและประเภทธุรกิจของคุณ เพื่อใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย การติดต่อราชการกับกรมสรรพากร รวมทั้งการจัดทำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การจัดทำใบกำกับภาษี การจัดทำใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น

- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีมีรายได้จากยอดขายเครื่องดื่มเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่หากรายได้ต่อปีของคุณไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ก็เลือกจดหรือไม่จดทะเบียนก็ได้ ซึ่งหากจดทะเบียนคุณก็จะกลายเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนั่นเอง (กรณีต้องการเป็นผู้นำเข้า หรือส่งออกเครื่องดื่มใดๆ ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย)

เริ่มง่ายๆ ด้วยการ "นำเข้า"

การจะนำเข้าสินค้าใดๆ คุณต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรก่อน หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการของกรมศุลกากร คือ การลงทะเบียนในระบบพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless) เพื่อขอเป็นผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกกับกรมศุลกากร โดยคุณสามารถดำเนินการหรือให้ตัวแทนออกของรับอนุญาต (Customs Broker) ดำเนินการลงทะเบียน โดยทำการลงทะเบียนเฉพาะครั้งแรกเท่านั้น

ขั้นตอนการลงทะเบียนแบบ Paperless

  1. กรอกแบบฟอร์มการลงทะเบียน
  2. ยื่นเอกสารลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่
    • 2.1 ฝ่ายทะเบียน ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ สำนักมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร กรมศุลกากร
    • 2.2 ฝ่ายบริหารงานทั่วไปของสำนักหรือสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแบบคำขอลงทะเบียนและเอกสารหลักฐาน
  4. หัวหน้าฝ่ายทะเบียนหรือหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปอนุมัติ
  5. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลในระบบทะเบียน

หลังจากลงทะเบียน Paperless แล้ว คุณต้อง ขออนุญาตนำเข้าเครื่องดื่มกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เมื่อได้รับอนุญาตนำเข้าเครื่องดื่มแล้ว จึงดำเนินการนำเข้าตามพิธีการนำเข้าของกรมศุลกากร

รายการ พิกัดศุลกากร อัตราอากรขาเข้า
น้ำส้ม 2009.12.00 30% หรือ 10 บาท/Lit
น้ำองุ่น 2009.61.00 30% หรือ 10 บาท/Lit
น้ำผลไม้หรือน้ำพืชผักผสมกัน 2009.90.90 30% หรือ 10 บาท/Lit

**ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรเพิ่มเติมได้ที่ http://igtf.customs.go.th/igtf/th/main_frame.jsp

โดยการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องดื่มนั้น คุณจะต้องขอปิดและขีดฆ่าแสตมป์และชำระภาษีสรรพสามิต (กรมศุลกากรจัดเก็บแทน และขอเบิกแสตมป์กับสรรพสามิตพื้นที่ที่ด่านศุลกากรตั้งอยู่) ก่อนนำเครื่องดื่มผ่านด่านศุลกากร ทั้งยังต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ เพื่อประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีต่อไปด้วย

**ข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมที่ "นำเข้า"

ปูทาง...สร้างเครื่องดื่มของตัวเอง

การจะเป็น "ผู้ผลิต" เครื่องดื่มของตัวเองนั้น นอกจากการมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (กรณีรายได้จากยอดขายต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท) และจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ก่อนทำการ "ผลิตเครื่องดื่ม" คุณจะต้อง...

- ขออนุญาตตั้งสถานที่ผลิตเครื่องดื่ม โดยตรวจสอบว่าสถานที่ผลิตอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการท้องถิ่นใด และขออนุญาตสถานที่ผลิตกับหน่วยงานนั้น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานครฯ เป็นต้น

ทั้งนี้ หากสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารหรือโรงเรือนคุณต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินด้วย และถ้าเข้าข่ายโรงงาน จะต้องขออนุญาตจากสำนักทะเบียนโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด โดยอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมรายปีคิดตามแรงม้าเครื่องจักรรวมของโรงงานที่คุณใช้

- จดทะเบียนสรรพสามิต เนื่องจากเครื่องดื่มเป็นสินค้าที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษี คุณจึงต้องจดทะเบียนภาษีสรรพสามิตด้วย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ (ตามแบบ ภษ.01-04) ภายใน 30 วัน ก่อนเริ่มผลิตสินค้า

- ยื่นขออนุญาตผลิต โดยหลังจากผลิตเสร็จแล้ว คุณต้องส่งตัวอย่างเครื่องดื่มตามที่กฎหมายกำหนด ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขออนุมัติการผลิต

ในการผลิตเครื่องดื่มนั้นคุณต้องมีการเลือกวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี หรือ GMP ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดด้วย โดยมีการกำหนดให้ธุรกิจเครื่องดื่มบรรจุขวด เป็นหนึ่งในสินค้าที่ต้องกำหนดวิธี เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาสินค้าตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีหรือ GMP

- ยื่นแจ้งวันทำการผลิตและราคาขาย ต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต โดยยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงงานผลิตของคุณตั้งอยู่ และแจ้งราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันเริ่มจำหน่าย รวมทั้งทำการจดแจ้งฉลาก และจัดทำบัญชี และงบเดือนเพื่อใช้ประกอบการเสียภาษีสรรพสามิตด้วย

"ฉลาก" ที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มของคุณนั้น ควรมีการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม ดึงดูดสายตา เพื่อที่เมื่อวางจำหน่ายแล้วจะมีความโดดเด่นกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ซึ่งฉลากนี้จะต้องระบุ: ชื่อ ตราเครื่องดื่ม ที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาตรสุทธิ และเลขทะเบียน อย. อย่างชัดเจน

ฉลากป้ายกระดาษ (พิมพ์แล้ว) หากผลิต และออกแบบในต่างประเทศ ถ้านำเข้ามาต้องเสียอากรในพิกัด 4821.10.90 อัตรา ..........%

ทั้งนี้ ก่อนที่คุณจะนำเครื่องดื่มออกวางจำหน่าย คุณมีความรับผิดในอันที่จะต้องเสียภาษี (สรรพสามิต) ซึ่งเกิดขึ้นในเวลานำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ได้มีกรณียกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้และพืชผักด้วย เนื่องจากต้องการให้ผู้ผลิตวัตถุดิบตั้งต้น เช่น ผลไม้ ผัก หรือพืชสมุนไพรอื่นๆ มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตของพวกเขามากขึ้น ถือเป็นการเพิ่มรายได้ของประเทศอีกทางหนึ่งด้วยย

วิธีการเสียภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม

  1. โดยใช้แสตมป์สรรพสามิต
  2. ใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน เช่น เครื่องดื่มประเภท น้ำโซดา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
  3. โดยชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม โดยมีหลักประกัน

ทั้งนี้ คุณต้องจัดทำรายงานภาษี ได้แก่ รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย รายงานสินค้าและวัตถุดิบ ยื่นต่อกรมสรรพสามิต เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำสินค้าออกวางจำหน่ายด้วย

**ข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมที่ "ผลิต"

ก้าวให้ไกล "ส่งออก" ไปทั่วโลก

ผู้ประกอบการส่งออกเครื่องดื่มนั้น จะต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรก่อน จากนั้นจึงสามารถทำการขอยกเว้นหรือคืนภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร (เสมือนดินแดนต่างประเทศ)

ตามด้วยการลงทะเบียนเป็นผู้ส่งออกแบบ Paperless ซึ่งหากคุณเคยลงทะเบียนมาก่อนแล้วก็ไม่ต้องทำการลงทะเบียนอีก สามารถเข้าสู่พิธีการส่งออกของศุลกากรได้เลย โดยการเป็นผู้ส่งออกนี้คุณจะต้อง จัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบเพื่อใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีต่อไปด้วย

**ข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมที่ "ส่งออก"

เมื่อมีเงินได้...ให้เสียภาษี

เมื่อมีรายได้จากการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งที่คุณจะต้องดำเนินการเกี่ยวกับภาษีคือ การยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี ซึ่งภาษีที่เกี่ยวข้องกับคุณมีดังนี้

- ภาษีเงินได้ เมื่อมีรายได้จากการขายเครื่องดื่มทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ คุณก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามรูปแบบธุรกิจ คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล

- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มนั้น ต้องมีการว่าจ้างแรงงานเข้ามาเกี่ยวข้อง กระบวนการด้านภาษีที่ต้องดำเนินการในขั้นตอนนี้คือ เมื่อคุณจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และสวัสดิการให้กับพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน ต้องมีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ทุกครั้ง

- ภาษีมูลค่าเพิ่ม หากคุณต้องซื้อหรือนำเข้าวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตเครื่องดื่ม หรือเครื่องดื่มบรรจุขวด ฯลฯ ราคาที่คุณซื้อมักบวกภาษีมูลค่าเพิ่มมาแล้ว เท่ากับว่าคุณเป็นผู้เสียภาษีในส่วนนี้ และเมื่อถึงคราวที่จะต้องขายเครื่องดื่มของคุณบ้าง การตั้งราคาขายอาจมีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปได้ ซึ่งลูกค้าของคุณจะกลายเป็นผู้เสียภาษีนี้แทน แต่ที่สำคัญคือคุณต้องออกใบกำกับภาษีหรือบิลเงินสด (กรณีที่คุณเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) ให้ลูกค้าไว้เป็นหลักฐานด้วย พร้อมทั้งต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ เพื่อประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีด้วย

ทั้งนี้ คุณสามารถยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีต่อกรมสรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ในเขตท้องที่ หรือง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว Click

ซึ่งนอกจากการเสียภาษีให้แก่ภาครัฐแล้ว คุณยังสามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ถือเป็นประโยชน์ส่วนหนึ่งจากการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ตรงตามกำหนดเวลาที่กรมสรรพากรกำหนด

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นวิสาหกิจชุมชน และ SMEs จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจรายย่อยในอีกทางหนึ่ง

ติดตามได้ที่ "คู่มือภาษีสำหรับวิสาหกิจชุมชน"

** สิทธิประโยชน์ทางภาษีของธุรกิจ SMEs

คนไทยที่ดีต้องเสียภาษีเพื่อพัฒนาประเทศ

(votes: 11, rating: 3.3)
ดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

 

คลินิกภาษีมะม่วง

มะม่วงเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่รสชาติถูกปาก ประโยชน์หลากหลายถูกใจ มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวและแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งปี

คลินิกภาษีผลิตภัณฑ์กาแฟ

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย "กาแฟ" ก็ยังคงเป็นรักษาสถานะเครื่องดื่มยอดนิยมระดับโลกเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านรสชาติ

คลินิกภาษีผลไม้

"เอ...มีที่ดินอยู่ 1 แปลง ถ้าจะปลูกผลไม้ขายต้องเสียภาษีไหมนะ?" เป็นหนึ่งคำถามที่เกิดขึ้นเสมอจากเกษตรกรที่มีเงินได้ไม่แน่นอนในแต่ละปี

คลินิกภาษีเครื่องดื่ม

นับวันความต้องการบริโภคเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งเครื่องดื่มที่ให้พลัง อิ่มท้อง ดับกระหาย รวมถึงเครื่องดื่มที่เปี่ยมคุณค่าทางโภชนาการ ส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย